﻿_id	Number	BudgetYear	FundingName	StrategyName	Stategy	Plan	Subplan	Objective	Subject	ResearchFramework	OECD 1	OECD 2	AnnouncementAgency
1	1	2565	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2563 - 2570 และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ฉบับปรับปรุง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2562	นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2563 - 2570 และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ฉบับปรับปรุง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2563	P2 การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม	Program P9a แก้ไขปัญหาท้าทายและยกระดับการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านสุขภาพ สังคมและความมั่นคงทุกมิติ	O2 แก้ไขปัญหา หรือยกระดับการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม	แผนงานวิจัยมุ่งเป้าด้านการแพทย์และสาธารณสุข	"ระบบกำลังคนด้านสุขภาพ
1. วิจัยและพัฒนาข้อเสนอการบริหารจัดการและพัฒนากำลังคนในภาพรวมของระบบสุขภาพ
2. วิจัยและพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายในการกำหนดมาตรฐานข้อมูลสารสนเทศกำลังคนด้าน
สุขภาพของประเทศที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะนำมาใช้ร่วมกันในการออกแบบ
ระบบกำลังคนสุขภาพที่เหมาะสม
3. วิจัยและพัฒนาข้อเสนอในการส่งเสริมให้สถาบันการศึกษา สภาวิชาชีพ กระทรวง
สาธารณสุข และหน่วยบริการต่างๆ ในภาครัฐและเอกชน จัดทำฐานข้อมูลบุคลากรดิจิทัล
อย่างเป็นระบบ
4. วิจัยและพัฒนาข้อเสนอทิศทางและนโยบายการดำเนินงานด้านกำลังคนสุขภาพปฐมภูมิ
ทุติยภูมิ ตติยภูมิเพื่อให้ระบบสุขภาพที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและคุณภาพ
5. วิจัยการออกแบบเชิงระบบในการรองรับการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขในด้านกำลังคน
สุขภาพ"	Social Sciences	Sociology	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
2	2	2565	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2563 - 2570 และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ฉบับปรับปรุง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2563	นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2563 - 2570 และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ฉบับปรับปรุง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564	P2 การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม	Program P9a แก้ไขปัญหาท้าทายและยกระดับการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านสุขภาพ สังคมและความมั่นคงทุกมิติ	O2 แก้ไขปัญหา หรือยกระดับการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม	แผนงานวิจัยมุ่งเป้าด้านการแพทย์และสาธารณสุข	"ระบบบริการสุขภาพ
1. วิจัยและพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มสมรรถนะระบบบริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ และระบบสนับสนุนในการสร้างเสริมสุขภาพและเพิ่มประสิทธิภาพกลไกในการบริหารจัดการ
2. วิจัยและพัฒนาข้อเสนอนโยบายสาธารณะเกี่ยวกับการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ ด้านการดูแลสุขภาพชุมชน ทั้งโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ
3. วิจัยและพัฒนาเพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายการดำเนินงานด้านระบบสุขภาพปฐมภูมิภายในพระราชบัญญัติสุขภาพปฐมภูมิ
4. วิจัยและพัฒนาเพื่อกำหนดแนวทางจัดบริการสุขภาพ (Model development) เป็นไปตามบริบทพื้นที่เขตเมืองใหญ่ พื้นที่เขตเมือง พื้นที่ชนบท พื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่
เหมาะสมกับบริบทปัจจุบัน
5. วิจัยและพัฒนาแนวทางการออกแบบระบบบริการสุขภาพ ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิและตติยภูมิรองรับ Pandemic เช่น กลยุทธ์ในการตอบสนองรวดเร็วในบริการรูปแบบใหม่ทั้งระดับวิกฤติ ระบบส่งต่อ และระบบบริการปฐมภูมิ ในพื้นที่ภูมิศาสตร์ที่กำหนดเป้าหมายร่วมกัน
และแผนเตรียมความพร้อมสำหรับโรงพยาบาลสนามในกรณีที่จำเป็น"	Medical and Health Sciences	Health Sciences	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
3	3	2565	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2563 - 2570 และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ฉบับปรับปรุง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564	นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2563 - 2570 และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ฉบับปรับปรุง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2565	P2 การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม	Program P9a แก้ไขปัญหาท้าทายและยกระดับการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านสุขภาพ สังคมและความมั่นคงทุกมิติ	O2 แก้ไขปัญหา หรือยกระดับการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม	แผนงานวิจัยมุ่งเป้าด้านการแพทย์และสาธารณสุข	"ระบบอภิบาลสุขภาพ
1. วิจัยเพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายในการปฏิรูประบบการอภิบาลการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข
2 วิจัยเพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายในการกำหนดนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลของการสร้างเสริมสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ การป้องกันและดูแลรักษา
โรคไม่ติดต่อสำหรับประชาชนและผู้ป่วย
3. วิจัยเพื่อสังเคราะห์นโยบายของการให้บริการสุขภาพผู้สูงอายุด้านการบริบาล การ
รักษาพยาบาลที่บ้าน/ชุมชน และการดูแลสุขภาพตนเองในระบบสุขภาพปฐมภูมิเชิง
นวัตกรรม
4. วิจัยเพื่อสังเคราะห์นโยบายในการดำเนินงานหลักประกันสุขภาพและกองทุนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความเป็นเอกภาพ บูรณาการ เป็นธรรม ทั่วถึง เพียงพอและยั่งยืนด้านการเงินการคลัง
5. วิจัยเพื่อสังเคราะห์นโยบายการปฏิรูปเขตสุขภาพให้มีระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการคล่องตัว และการร่วมรับผิดชอบด้านสุขภาพระหว่างหน่วยงานและท้องถิ่น"	Social Sciences	Political Science	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
4	4	2566	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ. 2566 - 2570	S2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้ วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม	P10 (S2) ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้พร้อมรับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่	N15 (S2P10) พัฒนาระบบสุขภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ	O1 ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้พร้อมรับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ด้วยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ และนวัตกรรม	แผนงานวิจัยมุ่งเป้าด้านการแพทย์และสาธารณสุข	"ระบบกำลังคนด้านสุขภาพ
1 ข้อเสนอการผลิตและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการรับมือกับโรคระบาดระดับชาติและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
2 ข้อเสนอการกระจายบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการรับมือกับโรคระบาดระดับชาติ และโรคอุบัติใหม่
3 ข้อเสนอการธำรงรักษาบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการรับมือกับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่
4 ข้อเสนอและแนวทางการพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา บทบาทในการสืบสวน สอบสวนโรค ควบคุม และป้องกันการแพร่กระจายของโรค ที่เน้นสหสาขาวิชาชีพ
5 รูปแบบการผลิตกำลังคนด้านสุขภาพที่มีคุณภาพและมีจิตบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์เพื่อสุขภาวะชุมชน"	Social Sciences	Sociology	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
5	5	2566	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ. 2566 - 2571	S2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้ วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม	P10 (S2) ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้พร้อมรับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่	N15 (S2P10) พัฒนาระบบสุขภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ	O1 ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้พร้อมรับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ด้วยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ และนวัตกรรม	แผนงานวิจัยมุ่งเป้าด้านการแพทย์และสาธารณสุข	"ระบบบริการสุขภาพ
1. ประเมินสถานการณ์นโยบายด้านระบบสุขภาพของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบสุขภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ พร้อมระบุจุดแข็งจุดอ่อนที่มีอยู่ในปัจจุบัน
2 ประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อมทางสังคมที่เป็นโอกาสในการพัฒนาและภาวะคุกคามต่อนโยบายด้านระบบสุขภาพของประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคต ทั้งด้านโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ
3. พัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและดำเนินนโยบายด้านระบบสุขภาพของประเทศไทยที่เหมาะสมกับบริบท ทั้งด้านโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ
4. พัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการเตรียมการ การป้องกัน และการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ ทั้งในด้านรูปแบบการบริการ
5. พัฒนารูปแบบการบริการสุขภาพ สาขาระบบบริการปฐมภูมิและสุขภาพอำเภอ สาขาโรคไม่ติดต่อ สาขาการดูแลระยะเปลี่ยนผ่านผู้ป่วยระยะกึ่งเฉียบพลันและการดูแลแบบประคับประคอง สาขาโรคหัวใจ สาขาโรคมะเร็ง สาขาอุบัติเหตุและฉุกเฉิน สาขาทารกแรกเกิด สาขาสุขภาพจิต จิตเวช และยาเสพติด สาขาไต สาขาตา สาขาแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน สาขาการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ สาขาแม่และเด็ก สาขาศัลยกรรม สาขาออร์โธปิดิกส์
6 พัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาศักยภาพของระบบบริการ
7 รูปแบบระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ ที่เหมาะสมในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ
8 รูปแบบระบบสุขภาพชุมชนที่เหมาะสมในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ ผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยด้วยระบบการแยกกักตัวที่บ้าน สำหรับผู้ป่วยโรคโควิด 19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
9 รูปแบบระบบสุขภาพที่ตอบสนองต่อความจำเป็นและความต้องการด้านสุขภาพ ทั้งในสถานการณ์ปกติและฉุกเฉิน ประชาชนกลุ่มต่างๆ ทุกช่วงวัย ทุกชนชั้นทางสังคมและเศรษฐกิจ ทุกพื้นที่ สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความจำเพาะด้านสุขภาพ คนด้อยโอกาสในสังคม กลุ่มคนที่อยู่ในสภาวะเปราะบางอย่างครอบคลุมก่อนเป็นอันดับแรก ในการเข้าถึงระบบสุขภาพ โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำ ไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งในเรื่องคุณภาพชีวิตและเรื่องการเข้าถึงระบบสุขภาพ
10 ภาระโรค (Burden of Disease) ของ COVID-19"	Medical and Health Sciences	Health Sciences	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
6	6	2566	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ. 2566 - 2572	S2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้ วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม	P10 (S2) ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้พร้อมรับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่	N15 (S2P10) พัฒนาระบบสุขภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ	O1 ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้พร้อมรับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ด้วยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ และนวัตกรรม	แผนงานวิจัยมุ่งเป้าด้านการแพทย์และสาธารณสุข	"ระบบอภิบาลสุขภาพ
1. บทบาทองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในการดูแลงานด้านสุขภาพ ในฐานะ Provider/Purchaser/Regulator
2. ข้อเสนอเชิงนโยบาย กลไกและกระบวนการในการตัดสินใจการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด
3. ข้อเสนอเชิงนโยบาย กลไกและกระบวนการในการสนับสนุนการดำเนินการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด
4. ถอดบทเรียนสถานศึกษาภายใต้การบริหารจัดการของท้องถิ่นเพื่อปรับใช้การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด
5. ความสัมพันธ์ระหว่างการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดกับ พระราชบัญญัติสุขภาพปฐมภูมิ
6. การติดตามประเมินการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด ประเด็น รูปแบบบริการ กำลังคน ระบบข้อมูล ระบบส่งต่อ การเงินการคลัง การอภิบาลระบบ
7. ประเมินผลกลไกและกระบวนการในการตัดสินใจ ระดับประเทศ จังหวัด อำเภอ และตำบล (ประเด็นการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ) ในการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด
8. ประเมินผลกลไกและกระบวนการในการสนับสนุนการดำเนินการถ่ายโอน การพัฒนาระบบข้อมูล พัฒนาศักยภาพ อบจ. การออกกฎหมาย การทำหลักเกณฑ์
9. ประเมินผลก่อนและหลังการถ่ายโอน บทบาทการทำงาน อัตรากำลัง สิทธิประโยชน์และความก้าวหน้า สถานะของงานบริการสุขภาพ การเชื่อมโยงการทำงานกับ รพ.สต. ใกล้เคียง (ที่ไม่ถ่ายโอน), การทำงานร่วมกับโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญา การส่งต่อ การเปลี่ยนแปลงในด้านแผนการให้บริการสุขภาพ และหลักฐานเชิงประจักษ์ในการตอบสนองต่อปัญหาทางสุขภาพของประชาชน การเปลี่ยนแปลงด้านรายได้ของ รพ.สต. (เงินมาจากแหล่งใดบ้าง เพิ่มขึ้นหรือไม่ ได้จาก อบจ. หรือแหล่งอื่น) การเปลี่ยนแปลงด้านความยืดหยุ่นของการใช้จ่ายเงินและการบริหารจัดการ การเปลี่ยนแปลง provider payment การเปลี่ยนแปลงในด้านค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่ รพ.สต.(แรงจูงใจ) การส่งไปฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพในการดูแล ส่งเสริม รักษา ฟื้นฟู เพื่อพัฒนาการทำงานที่ตอบสนองต่อประชาชนให้มีประสิทธิภาพ
10. พัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการเตรียมการ การป้องกัน และการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ ในด้านรูปแบบการอภิบาลระบบสุขภาพและการพัฒนาศักยภาพของระบบ
11. ประเมินผลนโยบาย Health in All Policy
12. การประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) ของระบบบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19
13. ข้อเสนอเชิงนโยบาย มาตรการ และการบริหารจัดการของระบบการเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศ
14. ข้อเสนอเชิงนโยบายระบบสุขภาพแบบบูรณาการระดับประเทศและพื้นที่ในการรับมือกับโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ รวมถึงข้อเสนอการเข้าถึงวัคซีนและยาสำหรับโรคอุบัติใหม่
15. แนวทางการกำหนดนโยบายด้านสุขภาพ การให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ชัดเจน และเชื่อถือได้ ให้กับผู้ปฏิบัติงานและประชาชน
16. รูปแบบการกระจายอำนาจการตัดสินใจไปยังหน่วยงานส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความร่วมมือและดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกันตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ กรณีศึกษาโรค COVID-19"	governance	Political Science	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
7	7	2567	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ. 2566 - 2573	S2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้ วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม	P10 (S2) ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้พร้อมรับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่	N15 (S2P10) พัฒนาระบบสุขภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ	O1 ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้พร้อมรับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ด้วยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ และนวัตกรรม	แผนงานพัฒนาระบบสุขภาพในการตอบโต้ ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ	"1. สถานการณ์/แนวโน้มของปัจจัยที่ส่งผลต่อระบบสุขภาพของประเทศไทย เช่น โรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
2. แนวทางพัฒนาให้สุขภาพของประชาชนดีขึ้น (เช่น มาตรการส่งเสริมสุขภาพ ควบคุมป้องกันโรค)
3. แนวทางตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของประชาชนด้านการดูแลรักษาและการบริการ (เช่น Service Plan)
4. แนวทางพัฒนาความมีประสิทธิภาพของระบบสุขภาพ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไม่เป็นภาระต่อการคลังของประเทศ
5. ระบบการให้บริการสุขภาพ เช่น ระบบบริการสุขภาพทางไกล ระบบการดูแลสุขภาพอัจฉริยะ
6. นวัตกรรมระบบบริการปฐมภูมิกรุงเทพมหานคร
7. นวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
8. ระบบการพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพ ทั้ง HRD และ HRM
9. แนวทางพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยในระบบสุขภาพ ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ (2P Safety)
10. ข้อเสนอเชิงนโยบายในการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบหน่วยงานรัฐ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและบูรณาการข้ามหน่วยงานในภาวะวิกฤติเพื่อความมั่นคงด้านสุขภาพ
11. ประเมินผลประสิทธิภาพของระบบบริการสุขภาพแบบบูรณาการข้ามหน่วยงาน ทั้งระดับประเทศและพื้นที่: การเข้าถึงบริการสุขภาพ และมาตรการด้านสุขภาพ
12. นวัตกรรมระบบบริการสุขภาพ ระบบการบริหารจัดการกำลังคนด้านสุขภาพ และระบบการกำกับนโยบายด้านสุขภาพ
13. การกระจายอำนาจด้านบริการสาธารณสุขในรูปแบบการถ่ายโอน รพ.สต. ไป อบจ.: จุดเปลี่ยนของการพัฒนาระบบสุขภาพ
    13.1 ผลกระทบทางสุขภาพที่มีต่อประชาชน (ผลด้านบวกและด้านลบ) อาจเป็นผลเชื่อมโยงจากการถ่ายโอน รพ.สต. ทั้งผลกระทบจากการให้บริการดูแลสุขภาพรายบุคคลหรือบริการสุขภาพปฐมภูมิ และผลกระทบจากการดำเนินงานด้านสาธารณสุข
    13.2 สัญญาณเตือนการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้น (Early Warning Sign) ของการเกิดผลกระทบทางสุขภาพ เช่น รูปแบบการใช้ทรัพยากรทางสุขภาพ การจัดบริการดูแลสุขภาพและการดำเนินงานด้านสาธารณสุข การเข้าถึงและการใช้บริการสุขภาพของประชาชน และการรายงานข้อมูลสำคัญทางสุขภาพและงานด้านสาธารณสุขให้กับหน่วยงานผู้รับผิดชอบ
    13.3 แนวทางในการบริหารจัดการเชิงระบบที่จำเป็น เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขผลกระทบทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น
    13.4 ข้อเสนอในการใช้เครื่องมือทางการเงินการคลัง สารสนเทศ และกฎหมาย เพื่อจัดระบบนิเวศทางสาธารณสุขที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ของผลกระทบทางสุขภาพ"	Medical and Health Sciences	Health Sciences	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
8	8	2568	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ. 2566 - 2574	S2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้ วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม	P10 (S2) ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้พร้อมรับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่	N16 (S2P10) พัฒนาระบบสุขภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ	O1 ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้สามารถลดภาระโรคที่สำคัญของประเทศ (National Burden of Disease: BOD) และรับมือกับโรคระบาดระดับชาติ/โรคอุบัติใหม่ อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม	แผนงานพัฒนาระบบสุขภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ	"1. การวิจัยเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพแบบบูรณาการระดับประเทศและ/หรือพื้นที่ (Integrated Health Services: IHS) โดยใช้นวัตกรรมเชิงบริหารจัดการ นวัตกรรมเชิงระบบ (ระบบส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันควบคุมโรค รักษา ฟื้นฟู และการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย) และนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการลดภาระโรคที่สำคัญของประเทศ (Burden of Disease: BOD) เช่น โรคติดเชื้อ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การบาดเจ็บ การรับมือกับโรคระบาดระดับชาติ/โรคอุบัติใหม่ และปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ (SDH) โดยสามารถแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ในด้านจำนวนประชาชน/จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับประโยชน์จากผลงานวิจัยที่พัฒนาระบบสุขภาพ
2. การวิจัยเพื่อพัฒนานโยบายและมาตรการที่สามารถประกาศใช้ในระดับประเทศและ/หรือพื้นที่ ซึ่งพัฒนาโดยใช้กระบวนการวิจัย และแสดงผลสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการรับมือกับโรคระบาดระดับชาติ/โรคอุบัติใหม่ และลดภาระโรคที่สำคัญของประเทศ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคไต โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง
3. การวิจัยเพื่อยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพ โดยการเตรียมความพร้อมรับภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศในอนาคต
4. การวิจัยเพื่อยกระดับระบบบริการตาม Service Plan เพื่อลดอัตราการป่วยและอัตราตายของโรคสำคัญ โดยเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ
5. การวิจัยเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมเชิงระบบในการให้บริการในยุคดิจิทัล เช่น Telemedicine และการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพให้เอื้อต่อการให้บริการอย่างไร้รอยต่อ
6. การวิจัยเพื่อสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพนานาชาติ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ
7. การวิจัยระบบกำลังคนด้านสุขภาพ เพื่อให้บุคลากรมีคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีขึ้น
8. การวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารสุขภาพ และยกระดับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สะดวกรวดเร็ว ในยุค Digital Disruption
9. การประเมินยุทธศาสตร์ลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในประเทศไทย ปี 2559–2568 เช่น การวิเคราะห์ต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางสุขภาพ หรือต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับยาหรืออุปกรณ์ในการรักษาโรคไม่ติดต่อที่สัมพันธ์กับนโยบายลดเกลือ
10. การประเมินผลลัพธ์ทางสุขภาพ เช่น การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการลดการบริโภคเกลือและโซเดียมกับความชุกของโรคไม่ติดต่อ (เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง)
11. การศึกษาผลกระทบของนโยบายลดการบริโภคเกลือต่ออุตสาหกรรมอาหาร เช่น การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของระดับการตอบสนองและการปรับตัวของอุตสาหกรรมอาหารที่ปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบายลดเกลือ
12. การสังเคราะห์ข้อเสนอเพื่อพัฒนากฎหมายการจัดเก็บภาษีเกลือ (Salt Tax)
13. การวิจัยเพื่อพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบบริการสุขภาพในทุกระดับและทุกสังกัด เพื่อสร้าง Big Data ด้านสุขภาพที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการให้บริการสุขภาพ (เช่น การใช้บัตรประชาชนใบเดียว) และใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย
14. การวิจัยเพื่อยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยและระบบการเก็บข้อมูล (ทั้งบุคลากรและงบประมาณ) ให้ตอบสนองต่อความต้องการใช้ข้อมูลที่ครอบคลุมด้านประสิทธิผล ประสิทธิภาพ และต้นทุนของมาตรการ (Intervention) ในการส่งเสริมสุขภาพ ทั้งในระดับประเทศและระดับพื้นที่
15. การพัฒนานโยบาย Open Data เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบ ใช้ประโยชน์ และให้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ
16. การศึกษารูปแบบสวัสดิการ (เช่น ที่พักและการเดินทาง) สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (Chronic Conditions) ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องไกลจากภูมิลำเนา เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องรับการรักษาด้วยรังสีต่อเนื่อง และผู้ป่วยโรคหายาก (Rare Disease) ที่ต้องรับการรักษาต่อเนื่อง
17. การพัฒนาระบบประเมินและกำกับติดตามคุณภาพการให้บริการ Telemedicine
18. การวิเคราะห์ภาระงบประมาณสำหรับบริการการดูแลระยะยาว (Long-Term Care: LTC) สำหรับผู้ป่วยภาวะพึ่งพิงในปัจจุบัน และข้อเสนอเชิงนโยบายในการชะลออุบัติการณ์ผู้ป่วยภาวะพึ่งพิง เช่น การพัฒนาระบบ Intermediate Care (IMC) และมาตรการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
19. การพัฒนา IMC และรูปแบบการดูแลระยะยาว (LTC Care Model) ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่เมือง (Urban Area) และชนบท (Rural Area)
20. การกำหนดสิทธิประโยชน์ (Benefit Package) สำหรับบริการดูแลทดแทน (Respite Care)"	Medical and Health Sciences	Health Sciences	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
9	9	2568	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ. 2566 - 2575	S2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้ วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม	P10 (S2) ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้พร้อมรับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่	N16 (S2P10) พัฒนาระบบสุขภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ	O1 ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้สามารถลดภาระโรคที่สำคัญของประเทศ (National Burden of Disease: BOD) และรับมือกับโรคระบาดระดับชาติ/โรคอุบัติใหม่ อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม	แผนงานการ ขับเคลื่อนการใช้ ประโยชน์จากงานวิจัยการกระจายอำนาจด้านสุขภาพ: การถ่ายโอน รพ.สต. ไปยัง อบจ. 	"1. การขับเคลื่อนการใช้ผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิภายใต้สังกัด อบจ. และทดลองยกระดับการจัดบริการของ รพ.สต. ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด 62 จังหวัด โดยพัฒนากลไกเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยบริการ (รพช., รพ.สต.) และหน่วยบริหารระบบ (อบจ., สสจ., สสอ., สปสช.)
2. การกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิภายใต้สังกัด อบจ.
3. การออกแบบระบบบูรณาการยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุขของ อบจ. หน่วยบริการ และหน่วยบริหารในสังกัด กสธ. และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยจัดทำยุทธศาสตร์บูรณาการระบบสุขภาพท้องถิ่นภายใต้กลไก (กสพ.) และใช้แผนพัฒนาสุขภาพระดับพื้นที่เป็นเครื่องมือหลัก
4. การสังเคราะห์นโยบายจากการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิด้วยหลักเวชศาสตร์ครอบครัว และการบริหารจัดการเครือข่ายในพื้นที่ อบจ. นำร่อง โดยใช้แนวทางการประเมินเชิงพัฒนา (Developmental Evaluation)
5. การจัดทำแนวทางและขับเคลื่อนการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยบริการในสังกัด กสธ. และ รพ.สต. ที่ถ่ายโอน โดยถอดบทเรียนจากพื้นที่ อบจ. นำร่อง เผยแพร่ผลการเรียนรู้ และให้คำแนะนำในการขยายผลแก่ อบจ. อื่น
6. การศึกษาต้นทุนของ รพ.สต. ที่ถ่ายโอน (ต้นทุนต่อหัวประชากร ทั้งบริการผู้ป่วยนอก [OP] และบริการส่งเสริมป้องกัน [PP]) ใน รพ.สต. ขนาด S, M และ L รวมถึงการศึกษารูปแบบการจ่ายเงิน (Payment for Primary Care) ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่
7. การวิจัยเพื่อออกแบบระบบสุขภาพท้องถิ่นภายใต้การถ่ายโอน รพ.สต. ไปยัง อบจ. ครอบคลุมทั้งระบบบริการ ระบบกำลังคน ระบบข้อมูล ระบบเทคโนโลยี ยาและเวชภัณฑ์ ระบบการเงินการคลัง และระบบอภิบาล (Governance)"	Social Sciences	Political Science	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
10	10	2569	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ. 2566 - 2576	S2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้ วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม	P10 (S2) ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้พร้อมรับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่	N16 (S2P10) พัฒนาระบบสุขภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ	O1 ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้สามารถลดภาระโรคที่สำคัญของประเทศ (National Burden of Disease: BOD) และรับมือกับโรคระบาดระดับชาติ/โรคอุบัติใหม่ อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม	แผนงานวิจัย พัฒนาระบบสุขภาพใน การตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ด้านสุขภาพและภัย สุขภาพ	"## การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ (Primary Care)

1. การพัฒนาแบบจำลอง (Model Development) เพื่อพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิที่พึงประสงค์ ทั้งในเขตเมืองและชนบท
2. การวิเคราะห์ข้อจำกัดด้านระเบียบและกฎหมายในการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ
3. การพัฒนาข้อมูลและระบบจัดเก็บข้อมูล เพื่อใช้ในการค้นหา พัฒนามาตรการ และติดตามประเมินผลนโยบายที่เกี่ยวข้องกับระบบบริการปฐมภูมิ
4. การพัฒนาเครื่องมือหรือวิธีการวัดผลลัพธ์ หรือประสบการณ์จากมุมมองผู้ป่วย (Patient-Reported Outcomes/Experiences) ในการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ
5. การเชื่อมโยงข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิไปสู่กลไกเชิงนโยบายในประเทศไทย รวมถึงการประเมินผลกระทบของนโยบาย
6. การค้นหาและจัดลำดับความสำคัญของบริการปฐมภูมิเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
7. การพัฒนาแนวทางการให้บริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (P&P) การออกแบบระบบ การปรับวิธีการจ่ายเงิน และการปรับพฤติกรรมผู้ให้บริการในระบบบริการปฐมภูมิ
8. การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อทดสอบนโยบาย DM Remission ในระดับบริการปฐมภูมิ
9. การประเมินผลหรือสังเคราะห์บทเรียนของมาตรการเพื่อพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ ทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
10. รูปแบบการเสริมสร้างศักยภาพในการกำกับดูแลระบบบริการปฐมภูมิสำหรับ อบจ./เทศบาล/อบต.
---
## การพัฒนาความเข้มแข็งของระบบสุขภาพ (Health Systems Strengthening)

1. **Human Resources for Health**
การศึกษาการจัดสรรบุคลากรในระดับหน่วยบริการ/จังหวัด/เขต ที่มีผลต่อการเข้าถึงบริการและระยะเวลารอคอยของผู้ป่วยในพื้นที่ชนบทและเมือง การปรับปรุงนโยบาย CPRID เพื่อให้มีกำลังคนเพียงพอต่อบริบทปัจจุบัน ภาระงานและสุขภาพจิตของผู้ให้บริการ การธำรงกำลังคนในระบบสุขภาพภาครัฐ การบริหารจัดการและพัฒนาศักยภาพกำลังคนที่ไม่ใช่วิชาชีพ (Non-Professional) เพื่อบรรเทาภาระของบุคลากรวิชาชีพ (Professional)

2. **Palliative Care**
   การวิจัยการจัดบริการดูแลแบบประคับประคอง โดยพิจารณาปฏิสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านบริบท กระบวนการดำเนินงาน ผลลัพธ์การดำเนินงาน ผลลัพธ์บริการ และผลลัพธ์ด้านสุขภาวะของผู้ป่วยและผู้ดูแล/ครอบครัว โดยคำนึงถึงมิติด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ
   การวิจัยแบบ Knowledge Translation Research ด้าน Holistic Care Models และ Supportive Mechanisms ที่เชื่อมโยงสถานพยาบาล สถานชีวาภิบาล ชุมชน (Community-Based Hospice) และครอบครัว โดยอาศัยระบบการจัดการเชิงนวัตกรรม (Innovative Management Systems)
   การเปรียบเทียบระเบียบการจัดสรรงบประมาณและการเบิกจ่ายของกองทุนหลักประกันสุขภาพทั้งสามกองทุน สำหรับบริการ Palliative Care และรูปแบบการจ่ายแบบเน้นคุณค่า (Value-Based Payment) ที่มุ่งเน้นการดูแลแบบบูรณาการ เนื่องจากแต่ละกองทุนมีระเบียบและสิทธิประโยชน์แตกต่างกัน ส่งผลต่อปัญหาการเบิกจ่าย และการที่งบประมาณมุ่งเน้นการดูแลในโรงพยาบาลมากกว่าระดับชุมชนและบ้าน

3. **Leadership Capacity**
   การศึกษาทักษะผู้นำที่มีความสัมพันธ์กับผลลัพธ์ด้านสุขภาพของผู้บริหารในระบบสุขภาพ ทั้งระดับส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น

4. **Community Engagement**
   การศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันโรคที่ป้องกันได้ โดยเฉพาะ NCD (เช่น DM, HT, CKD)

5. **Evidence-Based Policy Implementation**
   การดำเนินนโยบายป้องกัน NCD บนฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ โดยปรับให้เหมาะสมกับบริบทสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค เช่น การดำเนินนโยบาย DM Remission ในหน่วยบริการ

6. **Corruption Risk Reduction**
   การศึกษาสถานการณ์ Moral Hazard และประสิทธิภาพของกลไกตรวจสอบและป้องกันการทุจริต (Fraud) ในหน่วยบริการ รวมถึงการพัฒนารูปแบบและกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ และมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อยาของ อบจ.

7. **Accountability Mechanisms**
   การพัฒนากลไกอภิบาลระบบสุขภาพ (Governance) ที่เหมาะสม ทั้งในระดับนโยบาย (Policy Level) และระดับองค์กร (Organizational Level)

8. **Resilience to Health Shocks**
   การศึกษาปัจจัยหรือกลยุทธ์ที่กำหนดประสิทธิผลของระบบสุขภาพในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ (เช่น น้ำท่วม) เหตุการณ์ทางภูมิอากาศ (เช่น คลื่นความร้อน) และโรคระบาด

9. **Monitoring System Robustness**
   การพัฒนาระบบติดตามประเมินผลที่เข้มแข็ง เช่น การนำระบบบันทึกสุขภาพส่วนบุคคล (PHR) มาใช้เพื่อเพิ่มความครบถ้วนของข้อมูลและการวางแผนนโยบาย การพัฒนาระบบติดตามสถานะสุขภาพคนไทยแบบ Real-Time เพื่อสนับสนุนการปรับนโยบาย NCD และการเฝ้าระวังการรั่วไหลของข้อมูล

10. **Digital Health Adoption**
    การพัฒนาระบบบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ระบบ Paperless ในโรงพยาบาล การประยุกต์ใช้ Generative AI และ Digital Transformation เพื่อพัฒนาระบบบริการโดยใช้หลักการ Routine to Research"	Medical and Health Sciences	Health Sciences	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
11	11	2569	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ. 2566 - 2577	S2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้ วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม	P10 (S2) ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้พร้อมรับโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่	N16 (S2P10) พัฒนาระบบสุขภาพในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพและภัยสุขภาพ	O1 ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศให้สามารถลดภาระโรคที่สำคัญของประเทศ (National Burden of Disease: BOD) และรับมือกับโรคระบาดระดับชาติ/โรคอุบัติใหม่ อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล โดยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม	แผนงานการ ขับเคลื่อนการใช้ ประโยชน์จากงานวิจัยการกระจายอำนาจด้านสุขภาพ: การถ่ายโอน รพ.สต. ไปยัง อบจ. 	"1. การออกแบบระบบการรายงาน/ส่งข้อมูลสุขภาพภายใต้บริบทสุขภาพที่มีการกระจายอำนาจของหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิไปยัง อปท. เพื่อให้มีข้อมูลสุขภาพและสารสนเทศทางสุขภาพที่จำเป็นต่อการติดตามสถานะทางสุขภาพของประชาชน ตลอดจนมีสถิติที่จำเป็นด้านบริการสุขภาพและสาธารณสุขที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ ครอบคลุมและทันกาล สำหรับการวางแผนสุขภาพระดับประเทศ และระดับพื้นที่
2. การทบทวนและปรับปรุงแนวทางการดำเนินการสอบสวนและควบคุมโรคระบาด รวมถึงกฎหมายต่างๆ ระบบการรายงานและฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดการสาธารณสุขที่มีความหลากหลายตามบริบทของการกระจายอำนาจในระดับพื้นที่ต่างๆ ที่มีทั้ง สสจ.อบจ. อบต. เทศบาล เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการระดับพื้นที่ ซึ่งจะมีทั้งจังหวัดที่มีการถ่ายโอนรพ.สต. ไปทั้งหมด บางจังหวัดและอำเภอมีการถ่ายโอน รพ.สต.ไปบางส่วน และมีจังหวัดที่ยังไม่มีการถ่ายโอน รพ.สต.
3. การทบทวนสถานะทางสุขภาพ และการหามาตรการในการยกระดับสุขภาพของประชาชนในภาพรวมของประเทศ และเรื่องที่มีความต้องการทางสุขภาพเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ที่มีความหลากหลายตามบริบทของการกระจายอำนาจ
4. การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเชิงระบบสำหรับบริการปฐมภูมิที่มีประสิทธิผล เพื่อจัดการความสัมพันธ์ บริหารทรัพยากร สนับสนุนทางวิชาการ และดำเนินการจัดบริการร่วมกันในพื้นที่ ซึ่งอาจมีความหลากหลายไปตามบริบทของพื้นที่ที่แตกต่างกัน
5. การวิจัยและพัฒนาแนวทางการจัดการด้านยาของ รพ.สต. เพื่อให้มั่นใจถึงการใช้ยาที่เหมาะสม(RDU) รวมถึงการดำเนินการร่วมกันระหว่าง อบจ.กับ สสจ. การอบรมให้ความรู้ และระบบกำกับติดตาม RDU
6. การวิจัยและพัฒนาการกำกับดูแล (Stewardship) ระบบสาธารณสุขของประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับความหลากหลายและการเปลี่ยนแปลงภายใต้การกระจายอำนาจในปัจจุบัน เพื่อยกระดับสุขภาพของประชาชน และเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุภัยพิบัติทางสุขภาพในอนาคต
7. การทบทวนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการถ่ายโอน รพ.สต. จาก กสธ. ไปยัง อบจ. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่มีความพร้อมในการถ่ายโอนให้เกิดความต่อเนื่องต่อการดำเนินการและเกิดผลกระทบเชิงลบต่อการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิและงานด้านสาธารณสุขในระยะเปลี่ยนผ่านน้อยที่สุด เช่น ความพร้อมด้านการบริหารบุคลากรสาธารณสุข, ความพร้อมของ กสพ. ในการทบทวนผลการดำเนินการและวางแผนสุขภาพร่วมกันในพื้นที่, ความพร้อมในการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิร่วมกันระหว่างเครือข่าย รพ.สต.ในสังกัด อบจ. และเครือข่ายหน่วยบริการในสังกัด สป."	Social Sciences	Political Science	สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
